laviona View my profile

[Meta] Agents Of S.H.I.E.L.D. [2x14]

posted on 26 Mar 2015 07:54 by laviona in AoS directory Entertainment

Meta Marvel’s Agents Of S.H.I.E.L.D. Season 2 Episode 14

สวัสดีค่ะทุกท่าน วันนี้กลับมาพบกับเราอีกครั้ง รอบนี้ดูจบแล้วจิตตกมาก ตอนแรกเกือบจะไม่มาวิเคราะห์ และตั้งใจว่าจะหยุดพักยาว แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจมาเขียน...อีกตามเคย แต่คงต้องขอบอกก่อนว่ารอบนี้อาจจะไม่ดีมากนัก เพราะเรายอมรับว่ารอบนี้มีหลายจุดที่เราลำเอียงค่ะ นอกจากนี้...เราเชื่อว่าหลายคนที่เข้ามาที่นี่รู้ดีว่าเราชอบวอร์ดมากเป็นอันดับหนึ่ง รวมทั้งชอบคู่ SkyeWard มากด้วย ถ้าไม่ชอบวอร์ดหรือคู่นี้ อย่าอ่านต่อค่ะ ไม่เช่นนั้นท่านอาจจะอารมณ์เสียได้ เพราะถึงตอนนี้จะดูเหมือนไม่มีอะไรเกี่ยวกับคู่ SkyeWard มาให้ยาใจเลย แต่ความจริงแล้วมีค่ะ มีมาแบบแอบแฝงมาก ๆ ตอนแรกที่เราคิดว่าไม่มีเพราะสติหลุดไปตั้งแต่เห็นฉากเด็ดของตอนนี้นั่นล่ะค่ะ...ขออภัยหากทำให้หลายคนสับสนนะคะ m(_ _)m

แต่ก่อนจะเข้าเรื่อง ต้องขออภัยเรื่องหนึ่งก่อน ตอนที่แล้วเราวิเคราะห์ยาวมาก เพราะมีหลายเรื่องให้วิเคราะห์ ทำให้สุดท้ายเราตกหล่นไป 2-3 เรื่อง เพิ่งมานึกได้หลังจากผ่านไปหลายวันแล้ว ต้องขออภัยเป็นอย่างมากค่ะ แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะเราจะหยิบมาวิเคราะห์ในตอนนี้ด้วย เนื่องจากว่าเรื่องที่เราตกหล่นไป ยังอยู่ในเนื้อหาเดียวกับตอนนี้ค่ะ

รอบนี้มีภาพประกอบทั้งหมด 19 ภาพ เป็นภาพเคลื่อนไหว 1 ภาพ และเป็นภาพนิ่ง 18 ภาพค่ะ สรุปง่าย ๆ ว่ายังเน้นไปที่ภาพนิ่งเหมือนเดิมเพื่อประหยัด Bandwidth ค่ะ

เริ่มแรกต้องขอบอกว่า รอบนี้คาดการณ์พลาดอีกแล้ว ตั้งแต่ตอนที่ 11 เป็นต้นมา เราคาดการณ์พลาดบ่อยมาก จนตอนแรกเราคิดว่าจะเลิกคาดการณ์ถาวร แต่...เรารู้สึกว่าถ้าเราเลิกคาดการณ์ เหมือนทุกอย่างจะไม่ใช่ตัวเรายังไงก็ไม่รู้ อีกอย่าง...ถ้าคาดการณ์ถูกทุกรอบ คงเป็นอะไรที่น่าเบื่อแย่ ถูกบ้าง ผิดบ้าง ปนกันไปก็เป็นสีสันให้กับชีวิตดี เราเลยตัดสินใจว่าจะคาดการณ์ต่อไปเรื่อย ๆ ตามประสาเรานั่นล่ะค่ะ แต่จากนี้ไปแนะนำว่าอย่าเชื่ออะไรเราเลย คาดการณ์ผิดมาสองรอบติด ทำให้ตอนนี้เราเหลือความมั่นใจไม่มากแล้ว แต่ที่ยังทำอยู่ก็เพราะใจรักและมีความสุขกับสิ่งที่ทำค่ะ ^_^

สืบเนื่องจากว่าวอร์ดหายไปเป็นระยะเวลา 3 เดือน 2 สัปดาห์กับอีก 1 วัน (นับตามเวลาเมืองไทยและนับเพราะประชด) เลยขอเริ่มที่เขาก่อน และอีกส่วนหนึ่งยอมรับว่าเป็นความลำเอียงส่วนตัวค่ะ แต่บอกแบบตรงไปตรงมาว่า เรารู้สึกว่าการรอในครั้งนี้ไม่คุ้มค่าเลย อย่างน้อย ๆ ก็สำหรับเราน่ะนะคะ

ก่อนจะอ่านวิเคราะห์ตรงส่วนของวอร์ด ต้องขอชี้แจงสักนิดว่า เราทราบดีว่ารอบนี้อาจจะน้ำเยอะในช่วงแรกถึงช่วงกลาง ๆ แต่เราคิดว่าช่วงท้าย ๆ มีเนื้อให้อีกหน่อย...อย่างน้อย ๆ ก็ในความเห็นของเราน่ะนะคะ ^^" ถ้าใครรู้สึกว่าไม่ได้อะไรเลย เราต้องขออภัยเป็นอย่างมากค่ะ m(_ _)m

 

วอร์ดเสียดายที่ไม่ได้กินแพนเค้กฟักทอง (ภาพนิ่ง)

 

เปิดตอนมาได้น่ารักหวานแหววมาก วอร์ดอยากกินแพนเค้กฟักทอง ตอนดูครั้งแรกนี่อดคิดเล่น ๆ ไม่ได้ว่า ถ้าสักวันสกายทำให้วอร์ดจะเป็นยังไง...ซึ่งก็ได้ทันใจดีน่ะนะคะ แต่ได้มาแบบ...เจ้าหน้าที่ 33 หรือแคร่าผู้มีใบหน้าของสกายทำให้นี่สิ เลยออกแนวไม่ปลื้มเท่าไร นี่ยังไม่นับฉากที่ตามมาหลังจากนั้น ที่ทำให้เราช็อคหนักมากไปเป็นชั่วโมงเลยล่ะค่ะ คนเขียนบทเรื่องนี้ชอบกลั่นแกล้งคนดูจริง ๆ

นอกจากนี้เรายังได้เห็นแคร่าทำตัวประหนึ่งสาวน้อยที่เพิ่งตกหลุมรักเป็นครั้งแรก ท่าทางเอียงอายของนางนี่...ต้องขอยกนิ้วให้กับหมิงนาเลยค่ะ ทำให้รู้สึกว่านี่เป็นอีกคนจริง ๆ แม้ว่าตอนนี้เมย์กับแคร่าจะมีใบหน้าที่เหมือนกันก็ตาม

อีกเรื่องที่ขอแซวในฉากนี้คือ วอร์ดนี่มีอารมณ์ควักเงินมาจ่ายก่อนควักปืนด้วยนะ ไม่รู้ว่านี่เป็นอารมณ์ขันของคนเขียนบทหรือว่ายังไง แต่ตอนดูนี่อดยิ้มแล้วก็ส่ายหัวกับการกระทำของเขาไม่ได้จริง ๆ

 

วอร์ดพูดกับเซลวินด้วยถ้อยคำแฝงความนัย (ภาพนิ่ง)

 

คาใจกับประโยคนี้ของวอร์ดมาก เพราะเรารู้สึกเหมือนวอร์ดกำลังบอกทางอ้อมว่ารู้ตัวตนของตัวเองแล้ว แต่รอเวลาที่จะเปิดเผยอยู่ก็แค่นั้นเอง แต่เราอาจจะคิดไปเองตรงจุดนี้ก็ได้ค่ะ จริง ๆ วอร์ดอาจจะไม่ได้หมายถึงอะไรซับซ้อนเลยก็ได้

ที่เราสงสัยอีกอย่างหนึ่งคือ เซลวินโดนฆ่าตายแล้วหรือเปล่า เพราะประโยคที่วอร์ดกับแคร่าคุยกันหลังจากนั้นชวนคิดมาก แถมตอนที่เซลวินคุยกับวอร์ดก็เป็นอะไรที่น่าสงสัยอีกว่า จริง ๆ แล้วเขาเป็นเจ้าหน้าที่ของไฮดร้าหรือเปล่า เพราะตอนที่เขาพูดถึงชีลด์ พอวอร์ดทำสีหน้าเหมือนล้อเล่นหรือเปล่า เขาก็รีบเปลี่ยนมาพูดถึงไฮดร้าทันที แต่ก็ไม่แน่...เขาอาจจะรีบเปลี่ยนเพราะกลัวว่าจะโดนฆ่าก็ได้ แต่เพราะตอนนี้มาแนวไม่ให้เห็นการกระทำของวอร์ดหรือศพของเซลวิน เราเลยขอรอดูตอนต่อไป ก่อนจะเชื่อว่าเขาถูกฆ่าตายไปแล้วค่ะ

 

สีหน้าวอร์ดตอนเห็นแคร่ามีใบหน้าของสกาย (ภาพนิ่ง)

 

เราว่าตอนแรกที่แคร่าบอกว่าหาทางตอบแทนวอร์ดได้แล้ว วอร์ดคงคิดแค่ว่าแคร่าทำแพนเค้กฟักทองให้เขา และจะนวดให้เขาเท่านั้น คงไม่คิดว่าจะเจอแจ็คพ็อตแตกขนาดนี้

ตอนแรกที่ดูฉากนี้จบ...ความรู้สึกของเราตีกันมากค่ะ คือ...ใจหนึ่งก็โอ้ลัลล้ากับเคมีของคู่ Benneton ที่เข้ากันจนอดฟินไม่ได้ แต่อีกใจก็ช็อกกับวอร์ดและแคร่ามาก ๆ จนสุดท้ายเราต้องมานั่งถามตัวเองว่า จะเลิกดูเรื่องนี้ดีไหม

จริง ๆ เรื่องทำให้ผิดหวังน่ะไม่เท่าไร เพราะครั้งนี้เราก็บ้าจี้ ตั้งความหวังมากเกินไปด้วย แต่ประเด็นไปอยู่ที่...ฉากนี้ทำให้เราขนลุกมาก ดีที่วอร์ดไม่ตามน้ำไปด้วย ไม่อย่างนั้นเราเลิกดูเรื่องนี้แน่ ๆ นอกจากนี้...รอบนี้ทำให้เราชีช้ำหนักกว่าตอนที่ 10 ใน Season นี้อีก เพราะอย่างน้อยตอนนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็เกิดขึ้นเพราะคู่ SkyeWard จริง ๆ ไม่ใช่ของเทียมแบบนี้

อีกเรื่องคือ ต้องขออภัยทุกท่านที่ตามเราในเพจ Ward Shelter เป็นอย่างมากค่ะ สำหรับคนที่สงสัยว่าเราขอโทษเรื่องอะไร นี่คือคำตอบค่ะ

ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากโปสเตอร์ที่เป็นรูปวาดถูกปล่อยออกมาแล้ว เรานี่เป็นตัวตั้งตัวตีเลยที่ไปนั่งหารูปมาเทียบว่า จริง ๆ แล้วรูปนั้นมีอยู่ 3 คนคือ วอร์ด สกาย และแคร่า แถมนั่งวิเคราะห์บทสัมพาษณ์ของเบล หนึ่งในโปรดิวเซอร์ของเรื่องนี้อีกต่างหาก ทั้งที่ความจริงแกก็ให้สัมพาษณ์แบบตรงไปตรงมาแล้ว แต่ความที่เราลำเอียง ประกอบกับประสบการณ์ที่เคยเจอมาจากเรื่องการให้สัมพาษณ์ของบรรดาโปรดิวเซอร์เรื่องนี้มาก่อน เราเลย...นั่งวิเคราะห์เสียยาว แถมว่าเบลไปหลายยกด้วย ถ้าใครไม่ได้ตามอ่านที่นั่น แล้วอยากทราบว่าเราวิเคราะห์ไว้ขนาดไหน เชิญอ่านได้ที่นี่ค่ะ รอบนี้ยอมรับว่าเป็นความผิดของเราล้วน ๆ และลำเอียงแบบไม่กั๊กจริง ๆ

แต่ถ้าไม่นับความรู้สึกช็อกและความผิดหวังของเราแล้ว เราคิดว่าฉากนี้สื่ออะไรหลายอย่างดี ซึ่งจากที่เราเห็นก็มีดังนี้ค่ะ

ลองสังเกตสีหน้าวอร์ดตอนเห็นหน้าสกายครั้งแรกให้ดีค่ะ เขาดูอึ้ง ๆ เหมือนไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นหน้าของสกายอีกครั้ง แล้วหลังจากนั้นเมื่อแคร่าเริ่มจู่โจม แรก ๆ วอร์ดเคลิ้มตาม ซึ่งถ้ามองในแง่ที่ว่าวอร์ดรักสกายมาตลอด ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเผลอไผลไปบ้าง อย่างว่าแหละ...พอเห็นใบหน้าของคนที่รักโดยไม่ทันตั้งตัว คนส่วนใหญ่ก็อดห้ามความรู้สึกที่แท้จริงไว้ไม่ได้

แต่หลังจากนั้นพอวอร์ดได้สติ เขาก็รีบปฏิเสธแคร่าทันที มีใครสังเกตสีหน้าของวอร์ดตอนที่แคร่าพูดถึงความรู้สึกที่เขามีให้สกายบ้างคะ เรารู้สึกว่าสีหน้าของวอร์ดเศร้ามาก เหมือนเขาไม่อยากคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับสกายอีก

ส่วนตัวแล้ว เราว่าฉากนี้สื่อให้เห็นว่าวอร์ดมีความเป็นสุภาพบุรุษอยู่พอสมควรเลยล่ะค่ะ (หรือควรจะบอกว่ามากดี) เพราะผู้หญิงเขาก็ยอมแล้ว แต่เขาไม่คิดที่จะฉวยโอกาสเลย และนี่เป็นฉากที่แสดงให้เห็นด้วยว่า วอร์ดรักสกายจริง ๆ และเขาไม่ได้หมกมุ่นกับสกายขนาดที่ว่า พอเห็นใครหน้าเหมือนสกายเขาก็โอเค แต่ถ้าเขาจะมีความสัมพันธ์กับสกาย คน ๆ นั้นต้องเป็นสกายตัวจริง ไม่ใช่แค่ใครสักคนที่มีหน้าเหมือนสกายค่ะ

ทางด้านแคร่า...ถึงจะไม่ชอบใจในสิ่งที่นางทำในฉากนี้ แต่เราเข้าใจว่าทำไมนางถึงทำแบบนี้นะ เหมือนตอนที่นางเคว้งคว้างไม่มีใคร คนที่มาช่วยให้นางพ้นจากความว้าเหว่นั้นก็คือวอร์ด เขาช่วยนางทุกอย่าง พยายามทำให้นางกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม ไม่แปลกเลยที่นางจะหวั่นไหว และเราคิดว่าที่นางทำอะไรแบบนี้ลงไป ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะผลจากการถูกล้างสมองของด็อกเตอร์ไวท์ฮอลด้วย

พูดถึงด็อกเตอร์ไวท์ฮอลแล้วก็อดไม่ได้ ขอออกนอกเรื่องหน่อยนะคะ ถ้าใครไม่อยากอ่านสามารถข้ามไปได้เลยค่ะ แต่รอบนี้เราสุดจะทนกับเขาแล้วจริง ๆ

บอกตรง ๆ ว่าเราเคืองด็อกเตอร์ไวท์ฮอลมากค่ะ เราไม่ได้เกลียดเขานะ แค่ไม่ชอบ และตอนนี้เขาเป็นแค่คนเดียวที่เราไม่ชอบ ถ้านับจากทั้ง MCU น่ะนะคะ เพราะส่วนตัวแล้ว ตอนนี้เราเชื่อว่าทุกคนในเรื่องนี้สามารถกลับตัวได้ แต่บอกเลยว่ามีอยู่เพียงคนเดียวในเรื่องนี้ ที่ตอนนี้เราเห็นว่า ไม่ว่าจะให้โอกาสสักกี่สิบกี่ร้อยครั้ง เขาก็ไม่มีวันกลับตัว คน ๆ นั้นก็คือด็อกเตอร์ไวท์ฮอลค่ะ

ถ้าถามว่าทำไมเราถึงรู้สึกแบบนี้ เหตุผลง่าย ๆ เลยค่ะ เขาโดนขังมาถึง 44 ปี เมื่อมีโอกาสเป็นอิสระ สามารถกลับตัวได้ เขาก็ไม่คิดที่จะทำ แล้วพอเปลี่ยนถ่ายอวัยวะกับเจียหยิงเสร็จแล้ว เขากลับเป็นหนุ่มอีกครั้ง มีสิทธิ์ที่จะเริ่มชีวิตใหม่ได้ แต่สุดท้ายก็ยังเลือกทางเดินแบบเดิม ดังนั้นตอนที่เขาตาย เราเลยไม่รู้สึกอะไรจริง ๆ นอกจากคิดว่าเสียของ เพราะในฉบับคอมมิคเขาเป็นตัวร้ายที่ดูจะมีชื่อเสียงในระดับหนึ่ง แต่ไหงพอมาปรากฏตัวใน MCU ถึงได้จบชีวิตอย่างง่ายดายแบบนี้...

เรามองว่าถ้าเขาตายสนิทจริง ๆ ก็ดีน่ะนะคะ เพราะถ้าไม่...เขาคงหาทางล้างสมองวอร์ดไปเป็นพวก แล้วจับสกายมาทำการทดลองแน่ ก็ได้แต่หวังว่าจะตายสนิท ไม่มีฟื้นจริง ๆ เพราะถ้าเขากลับมา...สำหรับเรานี่เป็นอะไรที่เรียกได้ว่าฝันร้ายมาก ๆ เลยค่ะ ถ้าใครชอบด็อกเตอร์ไวท์ฮอลแล้วมาเห็นข้อความนี้เข้า เราต้องขออภัยเป็นอย่างมากที่ทำให้ขุ่นเคืองใจนะคะ แต่บอกตามตรงว่ารอบนี้เราอดไม่ได้จริง ๆ

นอกเรื่องเสร็จวกกลับเข้าเรื่องค่ะ หลายคนอาจสงสัยว่าอะไรทำให้เราสุดจะทนกับเขาในรอบนี้ คำตอบคือเรื่องหน้าตาของแคร่านั่นล่ะค่ะ

 

หน้ากากของแคร่าได้รับการซ่อมแซม (ภาพเคลื่อนไหว)

 

อย่างที่เห็นกันในฉากนี้ว่าจริง ๆ แล้ว มีคนสามารถซ่อมหน้ากากของแคร่าได้ ถึงจะไม่ได้ซ่อมในลักษณะที่สามารถเอาออกได้ แต่อย่างน้อยก็สามารถทำให้หน้าตาของนางดูเป็นปกติเหมือนคนทั่วไป แล้วถ้ามองในแง่ที่ว่าไฮดร้ามีคนและทรัพยากรมากมาย กับแค่หาคน ๆ หนึ่งมาช่วยจัดการตรงนี้ให้ จะจัดการไม่ได้เลยรึ

แต่ทั้งที่ทำได้ ด็อกเตอร์ไวท์ฮอลกลับไม่คิดที่จะทำ เพราะเขามองว่าไม่ได้สำคัญอะไร แล้วแคร่าก็ไม่คิดจะเรียกร้อง เพราะนางโดนล้างสมองจนไม่เป็นตัวของตัวเอง ซึ่งจริง ๆ แล้ว อย่าว่าแต่เรื่องเรียกร้องอะไรสักอย่างเลย แค่ชื่อของตัวเอง นางยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชื่ออะไร พอเห็นแบบนี้แล้วบอกตรง ๆ ว่าอดเคืองไม่ได้จริง ๆ ค่ะ แล้วก็เห็นใจแคร่ามากด้วยที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้

ทีนี้เราขอว่าต่อจากของเก่าที่ทิ้งค้างไว้ เราบอกว่าการที่แคร่าพยายามทำให้ตัวเองมีหน้าตาเหมือนสกาย เป็นผลมาจากการถูกล้างสมอง หลายคนอาจสงสัยว่าเกี่ยวอะไรด้วย นี่คือคำตอบค่ะ

สิ่งที่แคร่าคิด เราว่าเป็นอะไรที่น่าเจ็บปวดมาก คือทั้งที่วอร์ดบอกแล้วว่าเต็มใจช่วย ไม่ได้ต้องการอะไรตอบแทน แต่สุดท้ายนางก็ยังหาทางที่จะตอบแทนเขาอยู่ดี เหมือนกับว่า...นางไม่เคยได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมมาก่อน เข้าใจแค่ว่าเมื่อมีการให้ก็ต้องมีการตอบแทน ความรู้สึกนี้ทำให้เราอดคิดถึงตอนที่แคร่าพยายามปฏิบัติตามคำสั่งของด็อกเตอร์ไวท์ฮอลอย่างเคร่งครัดไม่ได้ จนเรารู้สึกว่า นี่อาจจะเป็นผลมาจากตอนที่นางโดนล้างสมองค่ะ

แต่พูดถึงเรื่องที่นางเปลี่ยนหน้าเป็นสกายแล้ว มีใครเอะใจอะไรบางอย่างไหมคะ ที่เราสงสัยคือ แคร่าไปหารูปสกายมาจากไหนกัน เพราะการจะทำให้หน้ากากเปลี่ยนเป็นใบหน้าอื่นได้ ต้องอาศัยรูปภาพหรือไม่ก็ใบหน้าของใครสักคน แต่ว่าแคร่ากับสกายไม่มีทางได้เจอกันในตอนนี้อยู่แล้ว ดังนั้นคำถามคือ...หรือวอร์ดจะเก็บรูปของสกายไว้ เพราะสังเกตไหมคะว่าวอร์ดไม่ถามเลยว่า แคร่าเปลี่ยนเป็นหน้าของสกายได้ยังไง เหมือนเขารู้อยู่แล้วว่าแคร่าไปได้รูปมาจากไหน แล้วรูปของสกายไม่มีทางอยู่ใน Internet แน่นอน เพราะสกายลบประวัติของตัวเองทิ้งไปแล้ว แถมชื่อที่ใช้ก็เป็นคนละชื่อกันด้วย เราเลยอดรู้สึกไม่ได้ว่า...

วอร์ดแอบเก็บรูปของสกายไว้แน่ ๆ !

แต่...ก็มีคนแย้งมาเหมือนกันว่า บางทีแคร่าอาจจะแฮ็คเข้าฐานข้อมูลของชีลด์ เพื่อหารูปสกายมาก็ได้ พอได้ยินแบบนี้...เราก็รู้สึกว่าเป็นไปได้เหมือนกัน เพียงแต่...เพราะไม่เห็นว่าในห้องนั้นมีคอมอยู่ด้วย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มี เราเลยไม่สามารถฟันธงอะไรได้ ดังนั้น...วอร์ดจะมีรูปของสกายอยู่กับตัวหรือไม่ คงต้องคอยดูต่อไปค่ะ แต่ส่วนตัว...ตอนนี้เราขอเข้าข้างตัวเองเพื่อปลอบใจตัวเองก่อน โอเคกันนะคะ 555+

 

วอร์ดยอมรับว่าสกายไม่ได้มีใจให้เขาแล้ว (ภาพนิ่ง)

 

เรารู้สึกว่าฉากนี้วอร์ดเจ็บปวดมากที่ต้องยอมรับเรื่องนี้ เหมือนกับว่าที่ผ่านมา...เขายังมีหวังกับเรื่องสกายมาตลอด แต่พอสกายยิงเขา ทุกอย่างเหมือนพลังทลายลงไปต่อหน้าต่อตา แล้วเขาก็ยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่เขารู้สึกว่าทำใจได้ยากก็ตาม

ตรงนี้เราชอบใจค่ะ ที่คนเขียนบทไม่ให้วอร์ดวิ่งไล่ตามสกายอีกแล้ว วอร์ดเจ็บปวดไหม ใช่ วอร์ดโกรธสกายหรือเปล่า ใช่ ทั้งสองความรู้สึกนี้เป็นเรื่องธรรมดา และเป็นเรื่องที่เราเข้าใจว่าทำไมถึงเกิดขึ้น ในความรู้สึกเรา...ถ้าวอร์ดไม่รู้สึกแบบนี้เลย จะเป็นเรื่องที่ขาดความสมเหตุสมผลมาก แต่คนเขียนบทเรื่องนี้ไม่ทำให้ผิดหวังกับเรื่องเจ็บ ๆ แบบนี้ค่ะ แกจัดเต็ม

ประเด็นคือ ทั้งที่วอร์ดทั้งโกรธ ทั้งเจ็บแบบนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่เราเห็นอยู่ก็คือ เขายังมีใจให้สกายอยู่ แต่เพราะเรื่องทุกอย่างที่ผ่านมาอยู่ในระดับที่เรียกว่ามากเกินไป ทำให้ตอนนี้สิ่งที่ดีที่สุดระหว่างทั้งสองคนคือการเว้นระยะห่างกัน และจากท่าทางของวอร์ด...เราว่าวอร์ดกำลังเข้าสู่ระยะกำลังจะตัดใจจากสกาย แต่งานนี้วอร์ดจะตัดใจจากสกายได้จริง ๆ หรือเปล่า คงต้องรอดูกันล่ะค่ะ

จริง ๆ ก่อนที่ตอนนี้จะออกอากาศ เราไม่เคยหวังเลยว่าสองคนนี้จะพบกันในตอนนี้ ที่หวังคืออยากได้ฉากที่ทั้งสองคนแอบคิดถึงกันเท่านั้น แต่...คนเขียนบทดับความหวังของเราเรียบร้อยค่ะ ฉากแอบคิดถึงกันจะไม่มีวันเกิดขึ้นในเรื่องนี้...ตอนนี้ทำให้เรารู้สึกแบบนี้จริง ๆ

ส่วนตัวแล้ว เราอยากเห็นฉากที่แสดงความรู้สึกของสกายแบบชัด ๆ สักครั้งว่ารู้สึกยังไงกับวอร์ด อย่างน้อย ๆ ขอแค่บอกมาชัด ๆ สักครั้งก็ได้ ว่าที่ยิงวอร์ดนี่ยิงเพราะอะไร เพราะไม่ได้รักอีกแล้ว หรือยิงเพราะต้องการให้วอร์ดปล่อยตัวเองไปเท่านั้น ขอความกระจ่างชัด ๆ แค่ครั้งเดียวพอ ถ้าสกายยืนยันว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับวอร์ดแล้วจริง ๆ เราจะเลิกเชื่อว่าตอนนี้นางยังมีใจให้วอร์ดอยู่ค่ะ แต่ก่อนจะถึงตอนนั้น...ขอคิดก่อนก็แล้วกันนะ ว่าทั้งสองคนยังมีใจให้กันอยู่ แต่อยู่ในสถานะกำลังพยายามตัดใจจากอีกฝ่ายค่ะ

ตรงนี้ทุกท่านไม่ต้องเชื่อ แต่เราค่อนข้างแน่ใจมากว่ายังไงสกายกับวอร์ดก็ต้องได้พบกันอีกครั้งก่อนจบ Season นี้แน่นอน แล้วเราคิดว่าพอถึงตอนนั้น ฉากที่ทั้งสองคนกลับมาเจอกันเป็นครั้งแรก ต้องเป็นอะไรที่เจ็บปวดมากแน่ ๆ และจากท่าทางของวอร์ดในตอนนี้ ทำให้เราแน่ใจมากขึ้นว่า วอร์ดต้องแสดงท่าทางเย็นชากับสกายแน่ ๆ ดีไม่ดีอาจจะมีการเสียดสีแบบที่สกายเคยทำกับเขามาก่อน แต่ถ้าสกายตกอยู่ในอันตราย...เราเชื่อว่าวอร์ดคงไม่ทิ้งนางแน่นอนค่ะ

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมเราถึงยังเชื่อ ทำไมเราถึงยังมีความหวังกับเรื่องนี้อยู่อีก ทั้งที่ตอนนี้ทุกอย่างน่าจะชัดแล้วว่า วอร์ดกำลังจะตัดใจจากสกาย ส่วนที่สกายยิงวอร์ด ก็เป็นเพราะว่านางไม่ได้รักวอร์ดแล้ว เราเชื่อว่าหลายคนที่ไม่ได้ชอบคู่นี้แล้วตามอ่านที่นี่ อาจจะรู้สึกเหมือนเรากำลังหลอกตัวเอง แต่...เราแค่มองในแง่ที่ว่า วิธีการที่คนเขียนบทดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคนที่ผ่านมา มันมีอะไรที่เรารู้สึกว่ามากเกินกว่าแค่ประทับใจ ชอบ หรือว่ารัก เรายอมรับว่าอาจจะเป็นความรู้สึกตามประสาคนเชียร์คู่นี้ก็ได้ แต่เพราะบทสัมพาษณ์ของเบรทกับโคลอี้ที่เหมือนจะบอกเป็นนัย ๆ ว่าทั้งสองคนจะพบกันอีกครั้ง ประกอบกับเรื่องที่คุณโมหรือคุณมาริสสา ตันเจริญเคยบอกไว้ว่า “SkyeWard คือสิ่งที่จะไม่มีวันหายไปเราเลยยังมีความหวังและเชื่อมั่นอยู่ค่ะ

อีกเรื่องที่ทำให้เราแน่ใจว่าสกายกับวอร์ดจะได้พบกันก่อนจบ Season นี้ก็คือ ภาพเบื้องหลังที่ถูกปล่อยออกมาเป็นระยะค่ะ เพราะเบรทกับโคลอี้อยู่ด้วยกันบ่อยมาก ถ้าจะบอกว่าเป็นแค่การถ่ายทำด้วยกัน เพราะแคร่าเปลี่ยนใบหน้าของตัวเองเป็นสกายอีกครั้ง ก็น่าจะมีภาพของโคลอี้กับคนอื่นออกมาบ้าง แต่เท่าที่เราเห็นในตอนนี้ มีแต่ภาพของเบรทกับโคลอี้เท่านั้นค่ะ เราเลยไม่คิดว่าฉากที่ทั้งสองคนถ่ายทำอยู่ จะเป็นฉากระหว่างวอร์ดกับแคร่า แต่เป็นฉากระหว่างสกายกับวอร์ดจริง ๆ แต่เพราะการคาดการณ์ในครั้งนี้เป็นความลำเอียงและความคาดหวังของเรา เราเลยคิดว่าโอกาสใช่คงมีแค่ 30% เท่านั้น สรุปง่าย ๆ ก็คือ...ไม่ต้องเชื่อนั่นล่ะค่ะ

 

วอร์ดเล่าให้แคร่าฟังว่าเขากลับไปพบกับครอบครัว (ภาพนิ่ง)

 

คำถามที่คาใจเรามากที่สุดเกี่ยวกับวอร์ดในตอนนี้ ไม่ได้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสกายค่ะ แต่เป็นเรื่องการตายของครอบครัวของเขา และในตอนนี้...วอร์ดก็พูดเรื่องครอบครัวขึ้นมาค่ะ

เรื่องนี้คาใจเรามานานหลายเดือนแล้ว เพราะเรายังไม่เชื่อว่าวอร์ดฆ่าครอบครัวของตัวเอง แล้วจากที่คุยกันในฉากนี้ วอร์ดไม่ได้บอกว่าเขาฆ่าครอบครัวด้วย ประเด็นคือ...แล้วบ้านของครอบครัวของวอร์ดถูกเผาได้ยังไงกัน

เรายอมรับว่านี่เป็นความลำเอียง แต่เราไม่คิดว่าเขาโกหกแคร่า เพราะตั้งแต่ขึ้น Season นี้มา วอร์ดยอมรับในสิ่งที่เขาทำลงไปตลอด ถ้าตอนนี้มาโกหก...เราว่าการพัฒนาการของตัวละครจะค้านกับเนื้อหาในช่วงครึ่งแรกมาก และเนื่องจากว่าตอนนี้เรายังสงสัยว่าวอร์ดอาจจะทำงานหรือเคยทำงานให้กับทางชีลด์ใหม่อยู่ เราเลยขอว่าถึงทฤษฎีที่เราคิดได้ตอนลงวิเคราะห์ฉบับย่อที่เพจ Marvel’s Agents Of S.H.I.E.L.D. ไทยค่ะ นั่นก็คือ เราคิดว่าถ้าวอร์ดเข้าร่วมกับชีลด์ใหม่จริง ๆ เป็นไปได้ไหมว่า ชีลด์ใหม่ให้ความร่วมมือกับวอร์ดในการจัดฉากการตายของครอบครัวของวอร์ด เพราะทางชีลด์ใหม่ต้องการให้วอร์ดแฝงตัวเข้าไปทำงานในไฮดร้า ถ้าวอร์ดฆ่าครอบครัวตาย ด็อกเตอร์ไวท์ฮอลจะไว้ใจและยอมรับให้เข้าทำงานที่ไฮดร้าเหมือนเดิม ส่วนทางด้านหลักฐานทั้งหลายแหล่ที่ออกมา เป็นไปได้ไหมว่าทางชีลด์ใหม่ให้คนของตัวเองที่แฝงตัวอยู่กับพวก FBI หรือพวกกองพิสูจน์หลักฐานในคดีนี้จัดการปลอมแปลงหลักฐานแล้วให้ข่าว ทุกคนจะได้เชื่อว่าครอบครัวของวอร์ดตายแล้วจริง ๆ

แน่นอนว่านี่เป็นการคาดการณ์แบบลำเอียงของเราค่ะ และหลายคนคงเห็นว่าเป็นเรื่องไร้สาระ แต่เราขอหวังแบบลม ๆ แล้ง ๆ ต่อไปว่าวอร์ดไม่ได้ลงมือจัดการฆ่าครอบครัวของตัวเอง จนกว่าจะถึงเวลาที่เปิดเผยความจริงค่ะ

นอกจากนี้ วอร์ดยังกล่าวถึงแกร์เร็ตด้วย เหมือนในที่สุดเขาก็รู้แล้วว่าสิ่งที่แกร์เร็ตทำกับเขาไม่ได้เรียกว่าการช่วยเหลือ แต่เป็นการล้างสมองทางอ้อม ซึ่งถ้าไม่มองการกระทำอย่างอื่นของวอร์ดในตอนนี้ เราว่านี่เป็นพัฒนาการที่น่าประทับใจนะคะ แต่...ถ้ารวมทุกอย่างที่เขาทำไป...บอกตรง ๆ ว่าปลงกับวอร์ดหน่อย ๆ ค่ะ...

อีกเรื่องที่อดรู้สึกไม่ได้คือ...เราว่าฉากนี้เป็นฉากที่เหมือนจะสื่อให้เห็นทางอ้อมว่า นี่คือเรื่องราวที่วอร์ดอยากจะเล่าให้สกายฟังมาตลอด อยากจะให้สกายเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา ทำไมเขาถึงทำแบบนี้ แล้ว...เราว่าน่าเจ็บปวดมากนะที่วอร์ดไม่มีโอกาสทำแบบนั้น เพราะพอเขาจะคุยเรื่องนี้กับสกายทีไร นางจะเสียดสีและแดกดันเขาทุกรอบ จนสุดท้าย...ไม่เคยได้คุยกันจริง ๆ จัง ๆ สักครั้ง

 

วอร์ดค้นพบว่าบักชิเป็นนักโทษของนายพลทัลบอต (ภาพนิ่ง)

 

ฉากนี้เป็นอีกฉากที่ทำให้เกิดคำถามว่าวอร์ดไปได้ข้อมูลมาจากไหน เขาได้มาเพราะเส้นสายเก่าที่มีอยู่แล้ว หรือได้มาเพราะทางชีลด์ใหม่ให้ความร่วมมือกันแน่ เรื่องนี้ยังเป็นปริศนาต่อไปค่ะ แต่เรายังไม่ลืมว่าเอ็ดเวิร์ด (รับบทกอนซาเลส) เคยให้สัมพาษณ์ว่าเข้าฉากกับเบรท เราเลยคิดว่าวอร์ดน่าจะทำงานกับทางชีลด์ใหม่มากกว่า แต่...อย่างที่บอกว่าตอนนี้ลำเอียงล้วน ๆ ฉะนั้นโอกาสถูก...ไม่ถึง 1% ค่ะ

 

วอร์ดปาดคอลูกน้องของนายพลทัลบอต (ภาพนิ่ง)

 

รู้สึกว่าตอนนี้จะทดสอบความอดทนของเรามาก เจอเรื่องชวนช็อคด้านบนไม่พอ วอร์ดยังปาดคอลูกน้องของนายพลทัลบอตอีก บอกตรง ๆ ว่าถึงเราจะชอบวอร์ดมากแค่ไหนก็ตาม คำถามที่เราอยากถามมากก็คือ...มีเหตุผลอะไรถึงต้องฆ่าทหารคนนี้ ทั้งที่จริง ๆ แค่น็อคให้สลบก็พอแล้ว ไม่ต้องถึงกับปาดคอก็ได้ แต่วอร์ดก็ยังเลือกที่จะทำแบบนี้ ตอนดูนี่เราแทบกุมขมับกับฉากนี้กันเลยทีเดียว และที่น่าสงสัยก็คือ จากที่เห็นในฉากนี้ วอร์ดฆ่าคนของนายพลทัลบอตไปแค่คนเดียว แต่นายพลทัลบอตบอกกับโคลสันว่าคนของเขาตายไป 2 คน เราเลยคิดว่าแคร่าคงจะเป็นคนจัดการกับทหารอีกคนค่ะ

นอกจากนี้ยังมีฉากที่วอร์ดกับแคร่าทำท่าเหมือนว่าจะล้างสมองของบักชิอีก จริง ๆ แล้วเราค่อนข้างเห็นใจบักชินะ ออกแนวว่าเป็นตัวร้ายที่อ่อนแอได้ใจมาก ทำให้พอตกอยู่ในสถานภาพแบบนี้...เรายิ่งเห็นใจเขามากขึ้น สูญเสียเจ้านายไปไม่พอ ยังศูนย์เสียอำนาจทุกอย่างในมือไปอีก สุดท้ายแล้วทำท่าว่าจะโดนล้างสมอง...ชะตาชีวิตของบักชิจะเป็นยังไงต่อไปล่ะนี่...

แต่สิ่งที่ทำให้เราอึ้งมากที่สุดในฉากนี้ก็คือ เราอึ้งกับสายตาของวอร์ดตอนที่มองแคร่ามาก คือ...เขามองนางแบบภูมิใจอะ แล้วไม่ใช่ภูมิใจธรรมดานะ ต้องบอกเลยว่าภูมิใจมาก จนเราสงสัยว่า...ตกลงทั้งสองคนคิดจะปฏิบัติการแก้แค้นบักชิจริง ๆ เหรอเนี่ย

เราไม่รู้ว่าคนเขียนบทเล่นตลกหรือวางแผนจะทำอะไรอยู่นะ แต่เรารู้สึกเหมือนทางคนเขียนบทจะพยายามให้วอร์ดอยู่ในโทนเทาเสียเหลือเกิน ช่วงครึ่งแรกทุกอย่างทำท่าว่าดีขึ้น ตัวตนของวอร์ดสว่างขึ้นเรื่อย ๆ แต่พอมาช่วงครึ่งหลัง โผล่มาตอนแรก...เริ่มเอาอีกละ...พยายามจะดึงวอร์ดกลับไปโทนเทา ๆ ให้ได้ แต่ก็นะ...เพราะการกระทำของวอร์ดเดาทางไม่ได้แบบนี้แหละ ถึงได้น่าสนใจ แต่ถึงจะน่าสนใจแค่ไหน เรื่องฆ่าใครสักคนก็เป็นอะไรที่ทำให้เราต้องมานั่งอึ้งหลายครั้ง และอดตั้งคำถามกับบางสถานการณ์ไม่ได้ว่า...จำเป็นต้องฆ่าด้วยเรอะ

แล้วพอมาคิดว่านี่หรือคือเรื่องราวที่ต้อนรับการกลับมาของวอร์ด...บอกตรง ๆ ว่าผิดหวังอย่างแรงค่ะ ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะเราตั้งความหวังมากเกินไปด้วยล่ะ ตอนนี้เลยได้รู้ซึ้งเลยว่า...ถ้าจะดูเรื่องนี้อย่างมีความสุข อย่าตั้งความหวังใดใดทั้งสิ้น แต่รู้สึกว่าเรารู้ตัวช้ายังไงก็ไม่รู้แฮะ

นอกจากนี้ เท่าที่เราอ่านบทสัมพาษณ์ของเบรทมา ดูเหมือนว่าวอร์ดจะมีแผนบางอย่างค่ะ ทุกอย่างที่เขาทำในตอนนี้อยู่ในแผนนั้น ซึ่งก็น่าสงสัยว่าจากนี้ไป วอร์ดจะทำเรื่องชวนช็อคอะไรอีก นี่เพิ่งกลับมาครั้งแรกก็ทำให้ช็อคตาตั้งขนาดนี้แล้ว ไม่อยากจะคิดเลยว่าจากนี้จะเจออะไรอีกบ้าง บอกตามตรงว่าเราแทบไม่กล้าคาดหวังอะไรจากเรื่องนี้แล้วจริง ๆ

 

แคร่าจดจำเรื่องราวทุกอย่างได้ (ภาพนิ่ง)

 

ยอมรับว่าวิธีการที่ใช้ออกจะเกินไปมาก ๆ แต่...อีกส่วนก็ดีใจกับนางด้วย ที่จดจำทุกอย่างได้เสียที เพราะเราหวาดเสียวอยู่ว่านางจะโดนฆ่าตายในช่วงครึ่งแรก พอคนเขียนบทไม่ทำก็โล่งใจไปเยอะ แต่...กำลังสงสัยอยู่ว่า ถ้าหมิงนายังรับบทแคร่าควบคู่กับเมย์ต่อไปเรื่อย ๆ แบบนี้ โอกาสที่แคร่าอาจจะตายนี่มีค่อนข้างสูงมาก เพราะเราคิดว่าหมิงนาคงเล่นสองบทควบไม่ไหว แถมแต่ละบทยังบู๊แหลกลาญอีก งานนี้ต้องรอดูกันล่ะค่ะ ว่าชะตาชีวิตของแคร่าจะเป็นยังไงต่อไป แต่เท่าที่เราทราบมา ดูเหมือนว่าในช่วงครึ่งหลังนี้ นางจะมีบทบาทไม่น้อยทีเดียวเลยล่ะค่ะ

แต่ตอนที่เราดูตอนนี้ เรามึน ๆ กับเรื่องของแคร่าอยู่เรื่องหนึ่ง นั่นก็คือ...ในเรื่องบอกว่านางโดนล้างสมอง จำชื่อตัวเองไม่ได้ จำประวัติของตัวเองไม่ได้ นางสูญเสียตัวตนไป แต่...ทำไมนางยังจำวิธีการของชีลด์ได้ (พูดกับเมย์ในตอนที่ 4 ของ Season นี้) และตอนนี้นางก็จำได้ว่าบักชิเป็นคนจับนางมา ก่อนที่ด็อกเตอร์ไวท์ฮอลจะล้างสมองของนาง...เราเลยอดสงสัยไม่ได้ว่า ตกลงแล้ว...นางจำได้หรือไม่ได้กันแน่

ทีนี้พอลองมานั่งทบทวนดี ๆ เราเลยเข้าใจว่า แคร่าจำได้แค่บางเรื่องเท่านั้น บางเรื่องที่จะเป็นประโยชน์ต่อไฮดร้า นางจะจำได้ แต่เรื่องนอกเหนือจากนั้นจะโดนลบทิ้ง เพื่อไม่ให้เรื่องพวกนั้นกลับมาสร้างปัญหาอีก แต่แน่นอนว่านี่เป็นแค่ตามที่เราเข้าใจนะคะ บางทีอาจจะไม่ใช่ก็ได้ คงต้องรอติดตามกันต่อไปค่ะ

อีกเรื่องที่ขอเสริมหน่อย นี่เป็นประวัติของแคร่าในฉบับคอมมิคค่ะ ตามฉบับคอมมิคแล้ว นางมีชื่อเต็ม ๆ ว่า Kara Lynn Palamas ค่ะ นางเป็นเจ้าหน้าที่ชีลด์ฝีมือดีระดับ 9 แต่เราไม่แน่ใจเหมือนกันว่าใน MCU คนเขียนบทปูประวัติของนางไว้ยังไงบ้าง ไม่รู้ว่าจะโดนดัดแปลงไปมากน้อยแค่ไหน ก็ได้แต่หวังว่านางจะอยู่กับพวกเราไปจนถึง Season หน้าน่ะนะคะ

มีอยู่เรื่องหนึ่งที่เราอดพูดถึงไม่ได้ นั่นก็คือเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างวอร์ดกับแคร่า ส่วนตัวแล้ว...เราชอบความสัมพันธ์ของทั้งสองคนนะคะ แต่ชอบในฐานะเพื่อนไม่ใช่ในฐานะคนรัก เราอยากให้คนเขียนบทดำเนินความสัมพันธ์ของทั้งสองคนในรูปแบบเพื่อนตายที่จะไม่มีวันทอดทิ้งกันมากกว่า แต่...ก็ไม่รู้ว่าทางคนเขียนบทจะเล่นตลกอะไรอีกหรือเปล่า ดังนั้นตอนนี้เลยเผื่อใจไว้หน่อย ๆ ว่าบางทีอาจจะมีอะไรเกิดขึ้นในรูปแบบโรแมนติกค่ะ

ต้องยอมรับว่าถ้าคนเขียนบทเดินความสัมพันธ์ระหว่างวอร์ดกับแคร่าแบบคนรัก ถึงเราจะไม่ชอบ แต่เราก็เข้าใจว่าทำไมเขาถึงเดินเรื่องแบบนี้ เพียงแต่...ถ้าเป็นไปได้...เราก็ไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนเป็นมากกว่าเพื่อนค่ะ หากความเห็นนี้ทำให้ใครไม่พอใจ ต้องขออภัยเป็นอย่างมากนะคะ m(_ _)m

 

โคลสันให้สกายมาอยู่ที่กระท่อมกลางป่าริมทะเลสาบ (ภาพนิ่ง)

 

บอกตามตรงว่าตอนเห็นฉากนี้ ทำให้เรารู้สึกขึ้นมานิดหนึ่งว่าสถานการณ์ของสกายในตอนนี้คล้ายวอร์ดมาก ที่อยู่ ๆ ก็ต้องย้ายมาอยู่กลางป่ากลางเขาที่ไหนก็ไม่รู้ แล้วคนที่พามาส่งก็คือโคลสัน เหมือนกับตอนที่วอร์ดเคยโดนแกร์เร็ตนำไปทิ้งไว้กลางป่านานถึง 5 ปี ที่แตกต่างกันคือ สกายมีความเป็นอยู่ที่ดีกว่า แต่...ถึงความเป็นอยู่จะดีแค่ไหน ยังไงสกายก็คงปฏิเสธความรู้สึกโดดเดี่ยวไปไม่ได้ และเราบอกตามตรงว่าอดรู้สึกไม่ได้ว่า ถึงดูเผิน ๆ จะเหมือนว่าสกายมีอิสระ สามารถออกไปข้างนอกได้ แต่สุดท้ายก็ถูกจำกัดบริเวณเหมือนเป็นตัวอันตราย ที่ต้องได้รับการควบคุมอย่างใกล้ชิด

พอว่าถึงเรื่องที่สกายกับวอร์ดต้องไปอยู่กลางป่ากลางเขาเหมือนกันแล้ว มีอีกฉากที่ทำให้เราอดรู้สึกไม่ได้ว่าคนเขียนบทจงใจ นั่นก็คือตอนที่วอร์ดกับแคร่านั่งอยู่ในร้านอาหาร ทำให้เราคิดถึงตอนที่สกายกับไมค์ ปีเตอร์สันพบกันเป็นครั้งแรกในตอนที่ 1 ใน Season 1 ถ้าใครสงสัยว่าจงใจเรื่องอะไร คำตอบคือ ทั้งสองคนนั่งอยู่ในร้านอาหารกับคนที่ตัวเองช่วยเหลือจนเป็นอิสระในที่สุดค่ะ อย่างในตอนนี้เราจะเห็นได้ว่าวอร์ดช่วยจนแคร่าจดจำทุกอย่างได้ เช่นเดียวกับที่สกายเคยช่วยให้ไมค์เป็นอิสระมาแล้ว เรียกได้ว่าเป็นตอนแห่งการแอบแฝงให้นึกถึงเรื่องราวของคู่ SkyeWard จริง ๆ ค่ะ

 

สีหน้าของสกาย หลังจากโคลสันบอกว่ามีรั่วเลเซอร์ล้อมรอบอยู่ (ภาพนิ่ง)

 

เราอาจจะคิดไปเอง แต่เรารู้สึกว่าสกายเจ็บปวดกับสิ่งที่ได้ยินจากโคลสัน เหมือนถึงนางจะเข้าใจว่าทำไมเขาทำแบบนี้ แต่นางก็ไม่อยากเชื่อว่านี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงอยู่ดี แล้วตอนที่สกายถามโคลสันว่านางควรจะทำยังไง เรารู้สึกเหมือนสกายรู้สึกหวั่นไหวมาก เหมือนอยากให้ใครสักคนให้คำปรึกษา อยากให้ใครสักคนแนะนำแนวทางว่าต่อจากนี้ไป ควรจะทำยังไงดี แต่โคลสันก็ให้คำตอบไม่ได้ เพราะเขาไม่เคยอยู่ในสถานะนั้นมาก่อน

จนถึงตอนนี้เรายังสนับสนุนให้สกายไปจากทีมโคลสันค่ะ เรารู้ว่าพวก Inhuman อาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีกับสกาย แต่ที่เราอยากให้สกายไปเข้ากลุ่มกับพวกเขา อย่างน้อยก็เพื่อจัดการรับมือและควบคุมพลังของนางให้ได้ก่อน เพราะตอนนี้นี่เป็นปัญหาใหญ่ของสกายเลย ส่วนหลังจากนั้น...ถ้าถามว่าเราอยากให้สกายอยู่กับพวก Inhuman ต่อไหม เราคิดว่าเราคงต้องรอดูท่าทีของพวกเขาก่อนค่ะ ว่าจะเป็นยังไง แต่ส่วนตัวแล้ว...เราคิดว่าพอถึงเวลาที่สกายไปอยู่กับพวก Inhuman ได้สักพักหนึ่ง เราต้องอยากให้นางหนีไปจากพวกเขาอีกแน่ ๆ

ตัวอย่างในตอนหน้ามีให้เห็นว่าสกายต้องหนีจากพวกชีลด์ใหม่ แต่งานนี้ไม่รู้ว่าจะเป็นตัวอย่างหลอกอีกหรือเปล่า ส่วนตัวแล้วเราคิดว่า ถ้านี่เป็นตัวอย่างที่ไม่มีการหลอก เราเชื่อว่าตอนที่สกายเข้าตาจนที่สุด คนที่จะมาช่วยสกายก็คือกอร์ดอนค่ะ คิดว่ามีความเป็นไปได้ในระดับหนึ่งเลยที่กอร์ดอนจะติดตามความเคลื่อนไหวของสกาย แต่นี่ก็แค่การคาดการณ์ของเราน่ะนะคะ อาจจะพลาดอีกก็ได้ ต้องคอยดูกันต่อไปค่ะ

 

ถุงมือใหม่ที่ซิมมอนส์ทำมาให้สกาย (ภาพนิ่ง)

 

อีกเรื่องที่เราอดสงสัยไม่ได้คือ อะไรคือผลกระทบจากการใช้ถุงมือนี้ เพราะท่าทางของซิมมอนส์เหมือนจะลังเลมาก ตอนที่ส่งให้โคลสัน แถมโคลสันก็ไม่ยอมบอกกับสกายโดยตรงว่าผลกระทบของการใช้ถุงมือใหม่คืออะไร เหมือนเขาหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึง เราเลยคาใจมาก ๆ ค่ะ

พอว่าเรื่องสกายจบแล้ว เราขอเสริมอีกหน่อยว่า เรารู้สึกว่าสถานภาพของสกายกับวอร์ดในช่วงครึ่งแรกกับครึ่งหลังสวนทางกันมาก ช่วงครึ่งแรก วอร์ดเหมือนคนหลงทางที่พยายามคลำหาทางของตัวเองจนเจอ พอมาช่วงครึ่งหลัง คราวนี้เป็นตาสกายบ้างแล้วที่รู้สึกเหมือนคนหลงทาง ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไปกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง บางที...ผลของการเปลี่ยนสภาพในครั้งนี้ อาจทำให้สกายได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของตัวเองมากขึ้นก็ได้ แต่นี่ก็แค่ความเห็นของเราน่ะนะคะ สุดท้ายแล้วจะเป็นยังไง ต้องติดตามชมกันล่ะค่ะ

 

โคลสันเล่าเรื่องราวของโลล่าและพ่อของเขาให้สกายฟัง (ภาพนิ่ง)

 

ถึงเราจะไม่ได้ชอบโคลสันอีกแล้ว แต่นี่ก็เป็นเรื่องน่ายินดีที่ทำให้ได้รู้จักโคลสันมากขึ้น เพราะทั้งที่เขาเป็นตัวเด่นในช่วง Season 1 แท้ ๆ แต่กลับไม่ค่อยมีการกล่าวถึงประวัติของเขามากมายนัก และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เราได้รู้สาเหตุว่าทำไมโคลสันถึงได้รักโลล่ามากขนาดนี้ เพราะเขาผูกพันกับโลล่าตอนที่ซ่อม นอกจากนี้...โลล่ายังเป็นเหมือนตัวแทนความทรงจำที่เกี่ยวกับพ่อของเขาด้วย

แต่เนื้อหาที่คุยกัน เรารู้สึกเหมือนโคลสันพยายามปลอบใจสกาย พยายามบอกให้นางรู้ว่า ถึงเขาจะทำแบบนี้ แต่สกายก็ยังเป็นคนสำคัญในชีวิตของเขาอยู่ดี คนสำคัญที่เราพูดถึง ไม่ได้หมายถึงในฐานะคนรักนะคะ แต่เป็นเหมือนกับลูกสาวที่เขาอยากจะคอยดูแลให้พบกับสิ่งที่ดี เพียงแต่...เมื่อมาถึงจุดที่เขาต้องตัดสินใจ เขาก็เลือกที่จะหาทางเลือกที่เขาคิดว่าดีที่สุดให้กับสกาย และพยายามถนอมน้ำใจของสกายไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่...นั่นก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลยแม้แต่น้อย เพราะท้ายสุดแล้ว...สกายก็ยังรู้สึกแย่อยู่ดี

 

กอนซาเลสติการทำงานของโคลสัน (ภาพนิ่ง)

 

ขอบคุณคนเขียนบทอีกครั้งที่ให้ตัวละครในเรื่องพูดสิ่งที่อยู่ในใจเราออกมา เพราะอย่างที่เราเคยบ่นไปหลายรอบแล้วนั่นล่ะค่ะ ว่าการทำงานของโคลสันในฐานะผู้นำองค์กรมีปัญหา และดีใจมากที่ไม่ได้คิดไปเองคนเดียว

จริง ๆ เรื่องนี้ในไทยอาจจะไม่เห็นว่ามีการถกกันมากนัก หรืออาจถึงขั้นไม่มีเลย แต่บอร์ดที่เราอยู่ถกเรื่องนี้กันไปหลายสิบรอบแล้วว่า การบริหารงานของโคลสันไม่ได้ทำให้ชีลด์แตกต่างจากเดิมเลย และดูโคลสันจะยึดติดกับชีลด์เก่ามากเสียจนเขาแทบไม่คิดจะปรับปรุงอะไรอีก ดังนั้น...ตอนนี้แอบชูป้ายไฟเชียร์กอนซาเลสเล็กน้อยค่ะ แต่ว่ายังไม่ถึงกับเชียร์แบบ 100% เพราะยังไม่รู้ว่าชีลด์ใหม่มีอะไรบ้าง แต่ยอมรับว่า ตอนนี้เราเริ่มโอนเอียงไปทางนี้มากขึ้นทุกทีแล้วค่ะ

อีกเรื่องคือ ตอนนี้เราแน่ใจแล้วว่า สารพัดเรื่องที่ทำให้โคลสันตัดสินใจแปลก ๆ มาตั้งแต่ตอนที่ 1 ของ Season นี้ นอกจากจะเป็นเพราะสาร GH-325 แล้ว ยังเป็นความตั้งใจของคนเขียนบท ที่ปูทางมาให้กอนซาเลสขึ้นเป็นผู้นำแทน ซึ่ง...อาจจะเป็นแค่ผู้นำชั่วคราวก็เป็นได้ ตรงนี้เราก็ไม่แน่ใจนัก แต่คิดว่าการที่กอนซาเลสขึ้นมาคุมชีลด์แทน น่าจะส่งผลกระทบถึงเรื่องอื่นแน่ และอย่างที่เห็นกันในตอนนี้ว่า ทฤษฎีเรื่องฟิวรี่อาจจะคอยสนับสนุนทางฝั่งกอนซาเลสล่มไม่เป็นท่าเลย แถมเท่าที่ดูตอนนี้ ดูเหมือนว่าทางฝั่งกอนซาเลสจะรวบรวมคน แล้วก่อตั้งชีลด์ขึ้นมาใหม่เอง แต่ก็ไม่แน่ อาจจะมีความเป็นไปได้ว่าฮิลอาจจะอยู่เบื้องหลังการก่อตั้งชีลด์ใหม่ในครั้งนี้ด้วย ต้องรอดูกันต่อไป

ที่เรารู้สึกหลังจากเห็นฐานและผู้คนของชีลด์ใหม่แล้ว เรารู้สึกว่าทางฝั่งทีมโคลสันนี่เทียบไม่ติดเลย กำลังคนและทรัพยากรแตกต่างกันมาก เรียกได้ว่าเห็นลางแห่งความพ่ายแพ้มาเยือนทีมโคลสันกันเลยทีเดียว แต่ก็ไม่แน่ค่ะ อาจจะแค่แพ้ชั่วคราวแล้วพลิกกลับมาชนะก็ได้ หรือไม่ก็...สุดท้ายแล้วโคลสันก็หาทางออกจนได้ ว่าควรจะทำยังไงต่อไป

แต่ก็ยังมีเรื่องน่าสงสัยอยู่ นั่นคือ...ในเมื่อชีลด์ใหม่ไม่รู้ว่าฟิวรี่ยังมีชีวิตอยู่ ถ้าอย่างนั้นพวกเขารู้เรื่องกล่องเครื่องมือของฟิวรี่ได้ยังไงกัน ในเมื่อฟิวรี่มอบให้โคลสันเป็นการส่วนตัว ถ้าใครจะรู้เรื่องนี้นอกจากโคลสันก็คงเป็นเมย์ แล้วเมย์ไม่มีทางทรยศโคลสันอยู่แล้ว หรือว่าโคลสันบอกให้ทุกคนรู้เรื่องกล่องเครื่องมือของฟิวรี่กัน แต่จากที่เราเห็น เวลาโคลสันใช้งานกล่องเครื่องมือของฟิวรี่ ดูเหมือนเขาจะระวังไม่ให้ใครเห็นมาก ๆ เราเลยคิดว่า นอกจากเมย์แล้ว ไม่น่าจะมีใครรู้เรื่องนี้ แล้วทางฝั่งกอนซาเลสไปสืบมาจากไหน หรือว่าตอนที่แม็กเข้ามาทำงานที่นี่ใหม่ ๆ เขาบังเอิญไปรู้เรื่องนี้เข้า คงต้องรอดูกันต่อไปน่ะนะคะ

แต่ขอแซวเรื่องหนึ่ง...เราว่าฉากนี้แลนซ์รวนกอนซาเลสไม่ใช่เล่น แถมเรายังได้รู้เรื่องโคลสันเพิ่มมานิดหนึ่งด้วยว่า เขาเป็นพวก...ชอบครองไมค์เวลาไปคาราโอเกะ ก็น่าคิดนะคะว่าในอนาคตเราจะได้เห็นสมาชิกในทีมโคลสันร้องคาราโอเกะกันไหม คงฮาน่าดูเลย 555+

 

กอนซาเลสอธิบายการทำงานของชีลด์ใหม่ให้แลนซ์ฟัง (ภาพนิ่ง)

 

ระบบการทำงานใหม่ของชีลด์เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่เราชอบมาก คือให้คนปฏิบัติงานได้รับรู้ถึงเหตุผลว่าทำไมถึงต้องทำตามคำสั่งนี้ การให้คนรับงานไปปฏิบัติเข้าใจถึงความสำคัญของงาน เป็นสิ่งที่เราว่าจำเป็นไม่น้อยทีเดียวในงานแบบนี้ แต่ในขณะเดียวกัน...เราคิดว่าวิธีการจัดการกับผู้มีพรสวรรค์ของชีลด์ใหม่ คงทำให้เราไม่พอใจอีกตามเคย คงต้องมารอดูกันว่าสุดท้ายแล้ว ทางคนเขียนบทจะนำเสนอวิธีการจัดการผู้มีพรสวรรค์ของชีลด์ใหม่ยังไงในตอนหน้า จะเป็นวิธีการที่หนักมากขนาดที่เรารับไม่ได้อีก หรือว่าจะเป็นวิธีการที่เรามองว่าโอเคกัน ได้แต่หวังว่าจะได้เห็นการทำงานของพวกเขาแบบชัด ๆ ค่ะ

 

บ็อบบี้กับแม็กเข้าร่วมประชุมกับแลนซ์ด้วย (ภาพนิ่ง)

 

ถ้าใครตามอ่านการวิเคราะห์ของเรามาตลอด จะทราบว่าเราเคยบ่นไปหลายครั้งแล้วว่า บ็อบบี้กับแม็ก แล้วก็ฮันเตอร์ยังไม่มีความจำเป็นต่อเนื้อเรื่อง ไม่น่าจะแนะนำตัวเร็วขนาดนี้ แต่พอมีการเฉลยในตอนที่แล้วว่าทั้งสองคนเป็นสายลับของชีลด์ใหม่ เราก็เข้าใจทันทีว่าทำไมถึงต้องแนะนำตัวเร็วขนาดนั้น แต่ในขณะเดียวกัน เราก็อดรู้สึกไม่ได้ว่า ช่วงแรกคนเขียนบทไม่จำเป็นต้องให้บทกับทั้ง 3 คนมากขนาดนี้ก็ได้ แค่ให้เห็นท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ เราคิดว่าแค่นั้นก็น่าจะพอแล้ว แต่นี่ก็แค่ความเห็นของเราน่ะนะคะ หากทำให้ใครไม่พอใจ เราต้องขออภัยเป็นอย่างมากค่ะ

 

แลนซ์ขอให้บ็อบบี้เริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกัน (ภาพนิ่ง)

 

ความสัมพันธ์ของคู่นี้เป็นอะไรที่...เรียกได้ว่าเป็นความสัมพันธ์ในรูปแบบ...รักนะ แต่เราอยู่ด้วยกันไม่ได้

จริง ๆ เราเชื่อว่าหลายคนคงเคยเจอคนในชีวิตจริงที่มีชีวิตคู่ในรูปแบบนี้ คือทั้งที่รักกันจะเป็นจะตาย แต่อยู่ด้วยกันกลับทะเลาะและไม่เข้าใจกันประจำ พออยู่ห่างก็คิดถึง อยากกลับไปอยู่ด้วยกันอีก กลายเป็นความสัมพันธ์ที่วนไปเวียนมาให้คนรอบข้างปวดหัวกันเล่นว่า เดี๋ยวรัก เดี๋ยวเลิก เมื่อไรจะตัดสินกันได้แน่ ๆ ว่าจะอยู่หรือจะไป

ฉากนี้ทั้งสองคนก็เป็นแบบนี้ ทั้งที่รักกันมาก แต่ก็อยู่ด้วยกันไม่ได้ เพราะ...หน้าที่สำคัญกว่าความรู้สึก...หนึ่งในโครงเรื่องยอดนิยมที่ไม่ว่าจะประเทศไหนก็นำมาใช้ได้ และยังดูดีเสมอค่ะ

ส่วนตัวแล้ว เราหวังว่าการตัดสินใจจากไปครั้งนี้ของแลนซ์ จะไม่ได้เป็นการจากไปแบบไม่มีวันกลับมาหาบ็อบบี้อีก แต่เป็นการตัดสินใจจากไป เลือกที่จะเว้นระยะห่าง เพื่อที่สักวันจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันแบบจริง ๆ จัง ๆ อีกครั้ง แต่...ทำไมเรารู้สึกว่าโอกาสที่จะเป็นแบบนี้ริบหรี่เต็มทน เหมือนกับว่า...การกระทำในครั้งนี้ของบ็อบบี้ ทำให้ความอดทนของแลนซ์มาถึงขีดสุดแล้ว

เราได้แต่หวังว่าเราจะคิดไปเอง เพราะ...บอกตรง ๆ ว่าเห็นใจคู่นี้ค่ะ ทั้งที่รักกันมาก แต่ไม่เคยเข้าใจกัน แล้วจะให้ตัดใจก็ตัดกันไม่ขาด แต่จะให้อยู่ด้วยกันก็อยู่ไม่ได้ ความสัมพันธ์แบบนี้เป็นความสัมพันธ์ที่เราว่าทรมานมาก ๆ ได้แต่หวังว่าคนเขียนบทจะไม่ใจร้ายกับคู่นี้จนเกินไป แต่...พอดูผลงานที่ผ่านมาแล้ว ท่าจะยากล่ะค่ะที่จะหวังอะไรดี ๆ

 

โคลสันกับเมย์เริ่มสงสัยแม็ก (ภาพนิ่ง)

 

เนียนมาได้นานแสนนาน แต่พอถึงรอบนี้ ดูเหมือนว่าแม็กจะโกหกได้ไม่เนียนเท่าที่ควร จนโคลสันกับเมย์เริ่มสงสัยว่าตกลงแล้วแม็กกำลังแอบทำอะไรกันแน่

มานั่งคิดดูแล้วก็น่าคิดนะว่าพอความจริงเปิดเผยแล้ว ทั้งสองคนจะเจ็บใจตัวเองขนาดไหนที่เชื่อใจบ็อบบี้กับแม็ก ถึงบ็อบบี้กับแม็กจะไม่ได้อยู่ฝ่ายที่เป็นศัตรูแบบชัด ๆ อย่างไฮดร้า แต่ยังไงก็คงอดรู้สึกกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่ดี งานนี้ต้องรอดูกันว่าแม็กจะหาทางเลี่ยงโคลสันได้หรือไม่ แล้วจะมีการปะทะกับเจ้าหน้าชีลด์คนอื่นตอนที่ความจริงเปิดเผยหรือเปล่า คงต้องคอยดูกันล่ะค่ะ

ส่วนเรื่องที่แม็กรายงานเรื่องที่โคลสันพาสกายไปอยู่ที่อื่น...ตรงนี้เข้าใจนะว่าเขาทำตามหน้าที่ แต่...อดรู้สึกแย่ไม่ได้แฮะ ที่สกายกลายเป็นหนึ่งในคนที่ทางชีลด์ใหม่จับตามองไปแล้ว และเรื่องนี้ทำให้เรารู้ตัวว่า ไม่ว่าจะเป็นชีลด์เก่าหรือชีลด์ใหม่ เราก็เกลียดวิธีการที่พวกเขาปฏิบัติแบบนี้กับผู้มีพรสวรรค์จริง ๆ

 

ฟิทซ์ต่อว่าซิมมอนส์เรื่องที่เปลี่ยนไป (ภาพนิ่ง)

 

คู่ FitzSimmons นี่เข้าโหมดดราม่าไม่เลิก โผล่มาทีไร สถานการณ์แย่ลงมากกว่าดีขึ้นทุกที รอบนี้ฟิทซ์ถึงกับบอกว่าคนที่เปลี่ยนไปแบบน่ากลัวที่สุดก็คือซิมมอนส์ ฟังแล้วอดใจหายไม่ได้ คิดถึงตอนที่ทั้งสองคนคอยนั่งต่อประโยคให้กันและกันสุด ๆ แต่นั่นก็เป็นแค่วันวานที่แสนหวานน่ะนะคะ

ที่ชัดเจนขึ้นมาอีกเรื่องในตอนนี้ก็คือเรื่องความรู้สึกที่ซิมมอนส์มีต่อผู้มีพรสวรรค์ ตอนนี้นางต่อต้านเรื่องพวกนี้แล้วจริง ๆ ยอมรับเรื่องพวกนี้ไม่ได้เลย เพราะยังฝังใจอยู่กับการตายของทริป เห็นแล้วเป็นอะไรที่แอบปวดใจเหมือนกันนะ เหมือนนางโทษตัวเองซ้ำ ๆ ว่าที่ทริปตาย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความผิดของนางเอง แล้วก็กลายเป็นว่ากดดันตัวเองโดยที่ไม่รู้ตัว นี่ไม่รู้ว่าในอนาคตซิมมอนส์จะไปไกลถึงขั้นไหน แต่เราว่าตอนนี้ท่าทางไม่ดีมาก ๆ รู้สึกเหมือนซิมมอนส์พร้อมจะทำทุกอย่างที่คิดว่าจำเป็นได้ทุกเมื่อยังไงก็ไม่รู้...

ทางด้านฟิทซ์...ตอนนี้มีเรื่องให้แอบแซวเล็กน้อย นั่นคือฟิทซ์เลิกหวังว่าจะได้ลิงแล้ว แต่หวังว่าจะได้สุนัขแทน ถ้าอยู่ในสถานการณ์ปกติก็น่าลุ้นนะว่า โคลสันจะยอมใจอ่อนให้ฟิทซ์เลี้ยงสุนัขไหม แต่ในสถานการณ์แบบนี้...คงไม่มีโอกาสไปอีกนานล่ะค่ะ

เรื่องสุดท้ายที่ขอแซวคือ นายพลทัลบอตปรากฏตัวทีไร เราว่าเรามีเรื่องฮาได้ทุกครั้ง อย่างตอนนี้ก็ขำเรื่องนิสัยของเขามาก ที่ท่าทางจะชอบเล่าโน่น เล่านี่ให้ลูกน้อง แต่หน้าเจ้แกนี่แบบ...ช่วยพอสักทีจะได้ไหม! เห็นแล้วฮามาก ๆ ค่ะ ไหนจะยังเรื่องที่ต้องไปตามง้อภรรยาของเขาอีก นี่ถ้าปรากฏตัวตอนหน้าแล้วมีการกล่าวถึงเรื่องเขาง้อภรรยานี่ก็ดีนะคะ 555+

ทั้งหมดที่ว่ามาคือความรู้สึกของเราที่มีต่อตอนที่ 14 ของ Season นี้ค่ะ เราไม่แน่ใจว่ารอบนี้น้ำเยอะกว่าเนื้อหรือเปล่า เพราะดูเหมือนจะพล่ามเยอะมาก ก็ได้แต่หวังว่าน้ำจะไม่มากเกินไป และอยู่ในระดับพอดี ๆ น่ะนะคะ

ท้ายสุดนี้ ทุกท่านจะเจอกับเราอีกครั้งเมื่อ...เราวิเคราะห์ครั้งหน้าค่ะ บอกตามตรงว่าตั้งแต่ดูช่วงครึ่งหลังมา เรื่องนี้ทำให้เรารู้สึกว่าไม่อยากวิเคราะห์มากขึ้นทุกที แต่เราก็ยังมาวิเคราะห์ให้อยู่เรื่อย ๆ ก็ขำตัวเองดีเหมือนกันที่พอดูจบครั้งแรกแล้ว เราจะโวยวายว่าจะไม่วิเคราะห์ แต่สุดท้ายก็มาวิเคราะห์ให้ทุกที ได้แต่หวังว่าเราจะสามารถวิเคราะห์จนจบ Season นี้นะคะ แต่ถ้าเห็นหายเงียบไปเลย...ลองเข้าไปตามความคืบหน้าที่เพจ Ward Shelter ดูค่ะ ถ้าเห็นว่าเรายังลงข่าวสารที่เพจนี้ แสดงว่าไม่มีอารมณ์วิเคราะห์ แต่ถ้าเงียบทั้งสองทาง...แสดงว่าไม่สะดวกที่จะมาวิเคราะห์เรื่องนี้ค่ะ

ก่อนจากไป...เราอยากขอบคุณทุกท่านที่ยังอยู่กับเราและตามอ่านมาจนถึงบรรทัดนี้นะคะ ทั้งที่ช่วงหลังเราคาดการณ์แบบลำเอียงมากและพลาดติด ๆ กันมาสองครั้งแล้ว แต่คนที่ยังไม่หายไปไหนและรออ่านอยู่ก็ทำให้เรารู้สึกว่า เรามีกำลังใจที่จะมาเขียนวิเคราะห์ค่ะ ดังนั้น...ขอขอบคุณอีกครั้งนะคะ ขอบคุณมากค่ะ! m(_ _)m